Things No One Taught Us About Love
ถ้าเคยเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเรารักไม่เป็นนะ แค่ไม่มีใครเคยสอนเราว่ารักจริง ๆ มันคืออะไร 🫠
เล่มนี้มิกิอ่านจบแล้วก็จุกๆ อยู่คนเดียวในห้องเลย
เหมือนมีคนเขียนตรงกับสิ่งที่เราพยายามจะบอกตัวเองมานาน แต่หาคำพูดไม่ออก : )
เล่ม Things No One Taught Us About Love ของ Vex King โค้ชด้านจิตใจชาวอังกฤษที่ผ่านชีวิตมาโหดมาก พ่อตายตั้งแต่ยังเป็นทารกอุแว้อุแว้ ครอบครัวก็ไม่มีบ้านอยู่ โตในย่านที่มีความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ แต่เขาเอาประสบการณ์ทั้งหมดมาเขียนเรื่องที่ไม่มีใครสอน คือ ความรัก
เพราะเรื่องนี้แปลกนะ เราเรียนคณิตศาสตร์ 12 ปี เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล แต่เรื่องที่ใช้ทุกวันจริง ๆ คือความสัมพันธ์ ไม่มีใครสอนเราเลย ทุกคนเลยเรียนรู้ผ่านการเจ็บเอาเองแหละ
รักตัวเองให้เป็นก่อน เพราะคนที่ทนอยู่กับตัวเองคนเดียวไม่ได้ จะหาคนอื่นมาเป็นเครื่องช่วยหายใจ
ถ้าเราไม่รักตัวเอง เราจะใช้ความรักจากคนอื่นมาเติมส่วนที่ขาด พอเขารัก เรามีค่า พอเขาเลิกรัก เราพังทันที เพราะคุณค่าทั้งหมดของเราไปอยู่ที่เขา ไม่ได้อยู่ที่เราเอง
นี่คือเหตุผลที่บางคนอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมีแฟนตลอดเวลา เลิกคนนึงต้องเจอคนใหม่ทันที ไม่ใช่ว่าเขารักง่ายนะ แต่เขาทนอยู่กับตัวเองคนเดียวไม่ได้แหละ
Vex ใช้ภาพต้นไม้ 2 ต้นอธิบายต่อ ความสัมพันธ์ที่ดีคือต้นไม้ 2 ต้นที่ปลูกใกล้กัน กิ่งแตะกันได้ แต่ห่างพอที่แต่ละต้นมีพื้นที่หาแสงแดดของตัวเอง
ปัญหาคือ ถ้าเรายังไม่เป็นต้นไม้ที่แข็งแรงพอจะยืนต้นเดียวได้ เราจะไปเกาะต้นอื่นเป็นเถาวัลย์ พอต้นนั้นล้ม เราล้มด้วยอะ
ลองอะไรเล็ก ๆ คืนนี้ดู ปิดมือถือ 30 นาทีก่อนนอน นั่งเฉย ๆ คนเดียว ดูว่าเราทนอยู่กับความเงียบของตัวเองได้ไหม ถ้าได้ก็เก่งมากๆ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเลย 😂 เริ่มจาก 5 นาทีก็ได้ มันไม่ใช่การแข่ง มันคือการกลับมารู้จักตัวเองงงงงงงงง
หลายคนเลือกคู่แบบที่ไม่ได้ตั้งใจรัก แต่กำลังหาคนมาแทนที่สิ่งที่พ่อแม่ไม่เคยให้
Vex บอกว่าหลายคนเลือกคู่โดยไม่รู้ตัว เพราะกำลังหาคนมาแทนที่ความรู้สึกที่ขาดในวัยเด็ก
ถ้าตอนเด็กพ่อไม่เคยชม โตมาก็จะหาแฟนที่คอยชมตลอดเวลา
ถ้าตอนเด็กแม่ไม่เคยมีเวลาให้ โตมาก็จะหาคนที่อยู่กับเรา 24 ชม.
ถ้าตอนเด็กไม่เคยรู้สึกปลอดภัย โตมาก็จะหาคนที่เข้มแข็งคุ้มครองได้
ปัญหาคือคนเรามีความขาดของตัวเอง ไม่มีใครเป็นน้ำพุแห่งความรักที่เติมไม่หมด สุดท้ายเขาจะเหนื่อย เราจะผิดหวัง แล้วก็จบลงด้วยการโทษกัน
Vex พูดประโยคที่อ่านแล้วต้องวางหนังสือลงคิดเลยอะ
รักไม่ใช่หน้าที่ของคนรัก ที่จะมารักษาเด็กในตัวเรา นั่นเป็นหน้าที่ของเราเองแหละ 😂 ครับ…
ถ้ารักศักยภาพของเขา ไม่ใช่ตัวเขา เราจะเหนื่อยทั้งชีวิต
เรามักรักใครสักคนเพราะ ศักยภาพ ของเขา ไม่ใช่ตัวเขาตอนนี้
เขาขี้เกียจ แต่ถ้าเราช่วยเขาจะขยันได้
เขาดื่มหนัก แต่ถ้าเรารักเขาพอ เขาจะเลิก
เขาไม่แสดงออก แต่ถ้าเราอดทน เขาจะเปิดใจ
เราตกหลุมรักภาพในหัวเรา ไม่ใช่คนตรงหน้า แล้วก็เหนื่อยเองเพราะเขาไม่ยอมเปลี่ยนสักทีอะ
Vex มีคำถามที่ใช้เช็คได้ ถ้าเขาไม่เปลี่ยนเลยตลอดชีวิต เรายังรักเขาได้ไหม
ถ้าตอบไม่ได้ทันที เราไม่ได้รักเขา เรารักภาพของเขาแหละ และที่ Vex เน้นมากคือ คนเราเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อเขาเลือกจะเปลี่ยนเอง ไม่ใช่เพราะเรากดดัน ไม่ใช่เพราะเรารักเขามากพอ
ความรักที่ดีจริง ๆ ไม่ใช่ ฉันจะทำให้เธอดีขึ้น แต่เป็น ฉันยอมรับเธอแบบที่เธอเป็น แล้วถ้าเธออยากดีขึ้นเอง ฉันจะอยู่ข้าง ๆ
การบอกตรง ๆ ว่าเราต้องการอะไร คือการเปิดประตู การเงียบใส่กัน คือการปิดประตู
Vex แยก 2 อย่างนี้ออกจากกันชัดมาก เพราะคนสับสนเยอะ
ขอบเขตคือการบอกตรง ๆ ว่า เราต้องการอะไรเพื่อให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้
- ถ้าทะเลาะกัน ขอเวลา 30 นาทีก่อนคุย
- งานยุ่ง ขอไม่รับโทรหลัง 3 ทุ่ม
- ไม่โอเคที่เธอเช็คมือถือเรา
ขอบเขตเป็นการเปิดประตู ให้คนรักรู้ว่าจะเข้าหาเรายังไงให้ทั้งสองคนสบายใจ แต่ความเงียบ (silent treatment) คือการปิดประตู เป็นการลงโทษ
Vex บอกว่ามันคือความรุนแรงทางอารมณ์รูปแบบนึง เพราะมันส่งสัญญาณว่า เธอมีค่าน้อยจนฉันไม่อยากแม้แต่จะคุยด้วย
ความต่างชัด ๆ คือ
ขอบเขต ตอนนี้เรายังโกรธอยู่ ขอเวลา 1 ชม. แล้วเรามาคุยกันนะ เงียบ ไม่ตอบอะไร เดินหนี ทิ้งให้อีกคนงงและกลัว
อย่างแรกคือคนที่อยากให้ความสัมพันธ์ไปต่อ อย่างหลังคือคนที่อยากลงโทษ คนที่รักเราจริงจะเคารพขอบเขต คนที่ใช้ความเงียบเป็นอาวุธ คือคนที่อยากควบคุม ไม่ใช่อยากรักแหละ
ลองดูคืนนี้ก่อนนอน ถ้ายังคุยกับใครค้างไว้แล้วเงียบกัน อาจไม่ต้องคุยให้จบทันที แค่พิมพ์บอกเขาว่า ตอนนี้ยังไม่พร้อมคุย ขอเวลาอีกหน่อยนะ
ประโยคแค่นี้แหละ ที่เปลี่ยนความเงียบให้เป็นการดูแลกันได้
คู่ที่ไปต่อได้ ไม่ใช่คู่ที่เหมือนเดิม แต่คือคู่ที่ยอมรับเวอร์ชันใหม่ของกันได้ทุกปี
ประโยคของ Vex ที่โดนมากในเล่มนี้คือ
A long-term relationship will die and be reborn a thousand times
ความหมายคือ คนเราเปลี่ยนทุกปี เธอตอนอายุ 25 ไม่ใช่เธอตอนอายุ 30 เขาตอนเริ่มคบไม่ใช่เขาตอนคบมา 5 ปี
ความสัมพันธ์ที่ไปต่อได้ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่คือความสัมพันธ์ที่ยอมเปิดใจรับเวอร์ชันใหม่ของกันและกันได้เรื่อย ๆ
หลายคู่เลิกกันไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะคนนึงเปลี่ยน อีกคนยังยึดเวอร์ชันเก่าไว้ พอเจอเวอร์ชันใหม่เลยรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนเดิมที่เคยรัก
หรือบางทีตัวเราเองนั่นแหละที่เปลี่ยนไป แต่เราไม่บอกเขา ไม่ให้เขารู้ว่าเรากำลังเป็นคนใหม่ พอวันนึงเขาเห็นว่าเราไม่ใช่คนเดิม เขาก็ตกใจอะ
Vex บอกว่าทางออกคือคุยกันบ่อย ๆ คุยเรื่องที่เราเปลี่ยน เรื่องที่เรากลัว เรื่องที่เราอยากได้ในอนาคต ไม่ใช่แค่คุยว่าวันนี้กินอะไรดี
บาดแผลที่ยังไม่หาย จะแอบไหลไปทำร้ายคนต่อไปโดยที่เราไม่รู้ตัว
Vex บอกว่าถ้าเราเข้าความสัมพันธ์ใหม่ทั้ง ๆ ที่ยังไม่หายจากครั้งก่อน เราจะเอาบาดแผลเก่าไปยัดใส่คนใหม่โดยไม่รู้ตัว
เคยถูกหลอก ก็จะเช็คมือถือคนใหม่ตลอด
เคยถูกทิ้ง ก็จะกลัวเขาทิ้งเราจนหายใจไม่ออก
เคยมีพ่อแม่ทะเลาะกันเสียงดัง ก็จะเงียบทุกครั้งที่ทะเลาะเพราะกลัว
คนที่รักเราอยู่ตรงหน้า ต้องมาทนรับผลของคนที่ทำร้ายเราก่อนหน้า ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย และที่ Vex พูดให้คิดต่อจนรู้สึกแสบ ๆ คือ บางทีเราก็คือคนที่กำลังเอาบาดแผลตัวเองไปทำร้ายคนอื่น โดยไม่รู้ตัว
เขาแค่ตอบช้า เราโกรธเพราะเคยถูกแฟนเก่าหายไปไม่บอก
เขาแค่อยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน เราโกรธเพราะเคยถูกหลอก
เขาแค่จะขอเวลาคิด เราพังเพราะเคยถูกทิ้งกลางอากาศ
สิ่งที่เราตอบสนอง ไม่ใช่เขา แต่คือผีในอดีตของเราเองแหละ
Vex จึงบอกว่า ถ้ายังไม่หาย อย่ารัก ถ้ารักทั้ง ๆ ที่ยังไม่หาย เราจะทำให้คนใหม่ต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ
ครั้งหน้าที่รู้สึกอารมณ์ขึ้นมาแรง ๆ ลองหยุด 5 วินาที แล้วถามตัวเองดูอะ ว่าเราโกรธสิ่งที่เขาทำตอนนี้ หรือเราโกรธสิ่งที่คนอื่นเคยทำกับเรา แค่ถามได้ ก็ไม่ต้องรีบหายในวันเดียว การรู้ตัวก็คือการเริ่มหายแล้วแหละ
รักที่ดี ไม่ได้รู้สึกเหมือนรถไฟเหาะ มันรู้สึกเหมือนกินข้าวกับคนที่ไม่ต้องเดาใจ
หลายคนติดภาพรักจากหนังที่ต้องตื่นเต้น ต้องลุ้น ต้องเดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ พอเจอคนที่อยู่ด้วยแล้วสงบ ก็คิดว่ามันจืด ไม่ใช่รักจริง
Vex บอกว่าจริง ๆ แล้วเรากำลังสับสนระหว่างความตื่นเต้น กับ ความวิตกกังวล
รถไฟเหาะ = ความวิตกกังวลที่ห่อด้วยรอยยิ้ม
ความสงบ = สมองที่ปลอดภัยพอจะเป็นตัวเองได้
คนที่โตมากับความวุ่นวาย จะคุ้นเคยกับความวุ่นวายจนคิดว่ามันคือรัก พอเจอคนที่ให้ความสงบ จะรู้สึกแปลก ๆ เพราะระบบประสาทไม่เคยรู้จักความปลอดภัยแบบนี้มาก่อน
ลองสังเกตตัวเองดูนะ เวลาเขาตอบเร็ว เราเฉย ๆ เวลาเขาหายไป 3 ชม.แล้วกลับมา หัวใจเต้นแรงมาก คิดว่านี่คือรัก
Vex บอกว่านั่นไม่ใช่รัก นั่นคือ trauma response ของระบบประสาทที่กลัวการถูกทิ้ง พอเขากลับมา ความกลัวสลายไปชั่วคราว เราตีความความโล่งใจเป็นความรักประมาณนี้
รักกัน 30 ปีไม่ได้แปลว่ารักกันนาน แต่แปลว่า เราเลือกที่จะรักกันใหม่ตลอด 10,950 วัน ไม่หยุด
Vex บอกว่าหลายคนคิดว่าแต่งงานแล้วจบ มีลูกแล้วจบ คบกันมานานแล้วจบ ไม่ต้องพยายามอีก
แต่จริง ๆ แล้วความรักไม่ใช่สิ่งที่ได้มาแล้วเก็บไว้ มันคือสิ่งที่ต้องเลือกใหม่ทุกวัน
วันนี้เธอเหนื่อย ฉันยังเลือกฟัง วันนี้เขาน่ารำคาญ ฉันยังเลือกอดทน วันนี้ฉันเบื่อ ฉันยังเลือกอยู่
และที่สำคัญ Vex บอกว่ามันต้องเลือกจาก 2 ฝ่าย ไม่ใช่คนเดียวฝืน อีกคนเฉย
เขาเปรียบเทียบกับสะพานที่มี 2 เสา ถ้าเสานึงพังก่อน อีกเสาประคองไว้ได้สักพัก แต่สุดท้ายสะพานก็ล้มอะ
ความรักที่ยืนยาวไม่ได้มาจากเวลาที่อยู่ด้วยกันนาน แต่มาจากการเลือกซ้ำ ๆ ทุกวันว่าจะรักคนนี้ต่อ และเลือกที่จะให้คนนี้เลือกเราต่อด้วย
ถ้าวันนี้ใครยังรักใครอยู่ ลองบอกเขาดูนะ คำว่ารักธรรมดา ๆ ที่บอกซ้ำ ๆ ทุกวัน มีพลังกว่าที่คิดแหละ
ถ้าจะสรุปเล่มนี้ให้เหลือประโยคเดียว มันคือ
ความรักจากคนอื่น ไม่ได้มาเติมความว่างในตัวเรา มันมาเพิ่มความเต็มที่เรามีอยู่แล้ว
มิกิคิดว่าหลายคนรวมถึงตัวมิกิเองที่อ่านเล่มนี้แล้วโดน เพราะเราโตมากับความเข้าใจผิดเรื่องรัก
รักคือต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อเขา
รักคือต้องอยู่ด้วยกันให้ได้แม้จะเจ็บ
รักคือต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นที่ต้องการของเขา
รักคือต้องไม่มีฉัน เหลือแต่เรา
Vex บอกว่าทั้งหมดนั่นไม่ใช่รัก มันคือกลัวการถูกทิ้ง ที่แต่งตัวเป็นรัก
รักจริง ๆ คือเรายังเป็นเรา เขายังเป็นเขา แต่เราเลือกเดินไปด้วยกันเพราะอยู่ข้าง ๆ กันแล้วต่างคนต่างดีขึ้น
มิกิเองอ่านเล่มนี้จบแล้ว ก็ยังทำได้ไม่หมดหรอก 5555
การรักษาใจมันมีจังหวะของมัน บางวันรู้สึกดีขึ้น บางวันถอยกลับ ทั้งหมดนี้คือเรื่องปกติอะ
คนที่รักเราดีที่สุดในโลก ก็คือเราคนเดียวเท่านั้นแหละ : )